ตารางขนาดสกรูรวมทุกชนิด ฉลาก M4.2 × 25 หมายความว่าอะไร

รวมตารางขนาดสกรูที่ใช้บ่อย ทั้งแปลงเกจนิ้วเป็นมิลลิเมตร ความยาวที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท และวิธีอ่านฉลากอย่าง M4.2 × 25 ให้เข้าใจง่ายภายในไม่กี่นาที

  • #screw-size
  • #screw-selection
ตารางเปรียบเทียบขนาดสกรูระหว่างเกจนิ้วและมิลลิเมตร พร้อมตัวอย่างฉลากสกรู M4.2 × 25

งานติดตั้งทุกชิ้นเริ่มที่คำถามเดียวกัน สกรูขนาดไหนจึงจะพอดี ฉลากบนกล่องสกรูเขียนเป็นตัวเลขผสมกันทั้งระบบเมตริก ระบบนิ้ว และสัญลักษณ์ย่อ ทำให้หลายคนเลือกผิดโดยไม่รู้ตัว บทความนี้รวม ตารางขนาดสกรู (Screw Size Table) ที่ใช้บ่อยที่สุดไว้ที่เดียว ทั้งการแปลงเกจนิ้วเป็นมิลลิเมตร ความยาวที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท และวิธีอ่านฉลากอย่าง M4.2 × 25 ให้เข้าใจได้ทันที

อ่านฉลากสกรู เส้นผ่านศูนย์กลาง × ความยาว

ขนาดสกรูเขียนบนฉลากเป็น เส้นผ่านศูนย์กลาง (Diameter) × ความยาว (Length) เสมอ ตัวเลขตัวแรกคือความหนาของเพลาสกรู ตัวเลขตัวที่สองคือความยาวตัวสกรู ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือ M4.2 × 25 อ่านว่า สกรูเกลียวเมตริก (Metric Thread) เส้นผ่านศูนย์กลาง 4.2 มิลลิเมตร ยาว 25 มิลลิเมตร ส่วนฉลากที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย # เช่น #8 × 1″ คือระบบเกจนิ้วที่จะอธิบายในหัวข้อถัดไป

รายละเอียดของส่วนประกอบสกรูแต่ละจุด เช่น หัว เกลียว และปลายสว่าน มีบทความหลักอธิบายไว้ครบใน อ่านสกรูให้เป็น รู้จักส่วนประกอบ หัว เกลียว และปลายสว่าน บทความนี้จะเน้นที่ตัวเลขและตารางเปรียบเทียบเป็นหลัก

ข้อควรจำเรื่องความยาวมีข้อเดียว สกรูหัวโผล่ เช่น หัวหกเหลี่ยม วัดจากใต้หัวถึงปลาย ส่วนสกรูหัวจม วัดรวมหัว เพราะหัวจะจมเสมอผิวงาน

ตารางเกจนิ้ว แปลงเป็นมิลลิเมตร

เกจสกรู (Screw Gauge) คือระบบตัวเลขกำกับเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรูระบบนิ้ว ยิ่งเลขเกจมาก สกรูยิ่งหนา สกรูที่ขึ้นต้นด้วย # ทุกตัวใช้ระบบนี้ เมื่อเทียบกับระบบเมตริกที่ใช้หน่วยมิลลิเมตรตรง ๆ ค่าโดยประมาณเป็นดังนี้

เกจนิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ ขนาดเมตริกใกล้เคียง
#6 ≈ 3.5 มม. 3.5 มม.
#7 ≈ 3.9 มม. 3.9 มม.
#8 ≈ 4.2 มม. M4.2
#10 ≈ 4.8 มม. 4.8 มม.
#12 ≈ 5.5 มม. 5.5 มม.
#14 ≈ 6.3 มม. 6.3 มม.

จะเห็นว่า #8 กับ M4.2 คือขนาดเดียวกันในสองระบบ สกรูเจาะเองสำหรับงานเมทัลชีทส่วนใหญ่จึงอยู่ช่วง #8 ถึง #14 ขึ้นกับความหนาของโครงเหล็กที่ต้องไบต์ ส่วน #6 และ #7 พบมากในงานยิปซั่มและงานแผ่นบางที่ไม่ต้องการแรงยึดสูง

ตารางความยาวที่ใช้บ่อยตามประเภทงาน

ความยาวสกรูเลือกจาก ความหนารวมของชิ้นงาน หลักการทั่วไปคือปลายสกรูควรทะลุวัสดุฐานอย่างน้อย 3 ซันเกลียว เพื่อให้เกลียวไบต์ฐานได้เต็มกำลัง ตารางต่อไปนี้เป็น แนวทางทั่วไป เท่านั้น ความหนาจริงของแผ่นและโครงแต่ละหน้างานอาจต่างกัน ควรวัดความหนารวมก่อนเลือกทุกครั้ง

ประเภทงาน ความยาวที่ใช้บ่อย หมายเหตุ
แผ่นหลังคากับแปเหล็ก ≈ 25–50 มม. วัดความหนารวมของแผ่นหลังคาบวกความหนาแป แล้วบวกเผื่อทะลุฐาน 3 ซันเกลียว
ยิปซั่มกับโครงเหล็กบาง ≈ 12–16 มม. ใช้เกลียวละเอียดสำหรับเหล็กแผ่น ยึดให้หัวจมเสมอผิว
ยิปซั่มกับโครงไม้ ≈ 25–32 มม. ใช้เกลียวหยาบสำหรับไม้ ไบต์ได้ลึกและเร็วกว่า
ไม้ทั่วไปและงานเฟอร์นิเจอร์ ≈ 2–2.5 เท่าของความหนาชิ้นงานบน ไม้แข็งควรพิจารณาเจาะรูนำเล็กน้อยเพื่อกันแตก
เมทัลชีทกับโครงเหล็ก เลือกตามความหนารวมของแผ่นบวกโครง ปลายสว่านต้องเหมาะกับความหนาแผ่นที่เจาะ

สำหรับงานหลังคาและเมทัลชีทที่ต้องเจาะและไบต์โครงเหล็กในจังหวะเดียว ดูรุ่นที่มีในหน้า สกรูเมทัลชีทปลายสว่าน งานยึดแผ่นทั่วไปอย่างไม้อัดหรือแผ่นป้ายเหมาะกับ สกรู Wafer ปลายแหลม ที่หัวกว้างกระจายแรงกดได้ดี และงานไม้กับเฟอร์นิเจอร์ใช้ สกรู F+Wood Screw เกลียวหยาบปลายแหลมโดยเฉพาะ

วิธีวัดสกรูด้วยเวอร์เนียร์ วัดตรงไหน

เมื่อมีสกรูตัวอย่างในมือแต่ไม่มีฉลาก คาลิปเปอร์วัดแบบเวอร์เนียร์ (Vernier Caliper) คือเครื่องมือที่แม่นยำที่สุดในหน้างาน ขั้นตอนมี 3 จุดที่ต้องวัด

  1. วัดเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว — ใช้ขากรรไกรนอกบีบรอบสันเกลียวส่วนเพลา ไม่ใช่ที่ปลายแหลมหรือใต้หัว อ่านค่าเป็นมิลลิเมตร เช่น ได้ 4.2 มม. ก็คือขนาด M4.2
  2. วัดความยาว — สกรูหัวโผล่ วัดจากผิวใต้หัวลงมาจรดปลายสกรู สกรูหัวจม วัดจากยอดหัวรวมถึงปลาย เพราะเวลาติดตั้งหัวจมลงไปจนเสมอผิวงาน
  3. วัดความหนาหัวและเส้นผ่านศูนย์กลางหัว — ใช้เทียบชนิดหัวเมื่อต้องการสกรูแทนของเดิมให้ได้หน้าตาเหมือนเดิม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือวัดเส้นผ่านศูนย์กลางที่สันเกลียวแล้วไปวัดความยาวรวมหัวของสกรูหัวโผล่ ทำให้ได้ความยาวเกินจริงราว 3–5 มม. และสั่งผิดขนาดทั้งล็อต

คำย่อและสัญลักษณ์ที่เจอบ่อยบนฉลาก

ฉลากสกรูนอกจากตัวเลขขนาดแล้ว มักมีตัวอักษรย่อประกอบ คำที่เจอบ่อยมีดังนี้

คำย่อ / สัญลักษณ์ ความหมาย
M เกลียวเมตริก หน่วยมิลลิเมตร เช่น M4.2 คือเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.2 มม.
# เกจนิ้ว ระบบตัวเลขกำกับเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรูระบบนิ้ว
× คั่นระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางกับความยาว อ่านว่าคูณ แต่ความหมายคือ ขนาด × ความยาว
″ / in หน่วยนิ้ว ใช้กับความยาว เช่น 1-1/2″ คือ 1.5 นิ้ว หรือประมาณ 38 มม.
mm มิลลิเมตร หน่วยมาตรฐานระบบเมตริก
PH หัวร่องบิดไม้กางเขน (Phillips) เช่น PH2 คือขนาดดอกบิดที่ต้องใช้
T หัวร่องบิดดาวหกแฉก (Torx) เช่น T17, T25 ตามขนาดดอกบิด
HW หัวหกเหลี่ยมมาจาน (Hex Washer Head) นิยมในงานหลังคา

เจอฉลากที่เขียนคละกันทั้งสองระบบอย่าง #10 × 1-1/2″ หรือ 5.5 × 38 ให้แปลงด้วยตารางเกจด้านบน แล้วเทียบความยาวเป็นหน่วยเดียวกันก่อนเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ตารางขนาดสกรูใช้ดูอะไร และดูอย่างไร

ตารางขนาดสกรูใช้แปลงขนาดระหว่างระบบเกจนิ้วกับระบบเมตริก และเทียบความยาวที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท วิธีใช้คือดูตัวเลขแรกบนฉลากเทียบหาขนาดเมตริกใกล้เคียง แล้วเช็กความยาวว่าพอจะทะลุฐานอย่างน้อย 3 ซันเกลียวหรือไม่

M4.2 คือขนาดสกรูแบบไหน

M4.2 คือสกรูเกลียวเมตริกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว 4.2 มิลลิเมตร เทียบเท่ากับเกจนิ้ว #8 เป็นขนาดยอดนิยมของสกรูเจาะเองสำหรับงานเมทัลชีทและแผ่นเหล็กบาง เขียนรวมกับความยาวว่า M4.2 × 25 หมายถึงยาว 25 มม.

อ่านขนาดสกรูจากฉลากอย่างไรให้ถูกต้อง

อ่านตามลำดับ เส้นผ่านศูนย์กลาง × ความยาว โดยดูว่าขึ้นต้นด้วยอะไร ถ้าเป็น M คือระบบเมตริกหน่วยมิลลิเมตร ถ้าเป็น # คือเกจนิ้วที่ต้องแปลงก่อน และจำว่าความยาวของหัวโผล่วัดจากใต้หัว ส่วนหัวจมวัดรวมหัว

เกจสกรู คืออะไร ต่างจากมิลลิเมตรอย่างไร

เกจสกรูคือระบบเลขกำกับเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรูระบบนิ้ว เขียนนำหน้าด้วย # เช่น #8, #10 ยิ่งเลขมากสกรูยิ่งหนา ต่างจากมิลลิเมตรที่ระบุความหนาจริงตรง ๆ เช่น #8 ≈ 4.2 มม. จึงต้องใช้ตารางแปลงเมื่อเทียบสองระบบ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่างานของคุณควรใช้สกรูขนาดไหน ติดต่อทีมขาย Makusu ผ่าน LINE หรือโทรศัพท์เพื่อขอคำแนะนำและใบเสนอราคา

ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม?

ติดต่อฝ่ายขาย